Medical Blog

รู้ให้รอบ! ก่อนบริจาคสเต็มเซลล์

บริจาคสเต็มเซลล์

กับความสำคัญของการเก็บสเต็มเซลล์กับลูกน้อยแรกคลอด

เราสามารถช่วยเหลือผู้ป่วยโรคร้ายและมอบความหวังทางสุขภาพให้กับพวกเขาได้ ด้วยการบริจาคสเต็มเซลล์หรือเซลล์ต้นกำเนิด แต่การเข้าบริจาคสเต็มเซลล์อาจมีอันตรายและข้อควรระวังต่าง ๆ ดังนั้นก่อนที่ทุกคนจะไปบริจาคสเต็มเซลล์จึงควรศึกษาข้อมูลต่าง ๆ ให้ชัดเจน

เนื่องด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีทางการแพทย์ในปัจจุบัน ทำให้ได้มีหนึ่งในแนวทางการรักษาที่เป็นเสมือนความหวังของผู้ป่วยโรคร้ายต่าง ๆ เกิดขึ้นมา นั่นก็คือ ‘การรักษาด้วยการปลูกถ่ายสเต็มเซลล์’ ซึ่งหากตัวผู้ป่วยเองหรือพี่น้องของผู้ป่วยไม่ได้มีการเก็บสเต็มเซลล์ไว้ตั้งแต่แรกคลอด ผู้ป่วยสามารถมองหาสเต็มเซลล์จากผู้บริจาคได้ แต่รู้หรือไม่ว่าการรอรับบริจาคอาจสายเกินไป

แล้วการบริจาคสเต็มเซลล์คืออะไร บริจาคสเต็มเซลล์อันตรายไหม ทำไมถึงควรเลือกเก็บสเต็มเซลล์กับลูกน้อยตั้งแต่แรกคลอดมากกว่ารอรับการบริจาคจากผู้อื่น วันนี้เราจะมาไขข้อข้องใจให้ทุกคนได้รู้เกี่ยวกับข้อมูลต่าง ๆ ในการเข้าบริจาคสเต็มเซลล์ไปพร้อม ๆ กัน

การบริจาคสเต็มเซลล์คืออะไร

การบริจาคสเต็มเซลล์คือ การที่เราได้ไปบริจาคเซลล์ต้นกำเนิดภายในร่างกาย เพื่อให้ผู้ป่วยโรคร้ายต่าง ๆ ที่สามารถรักษาและฟื้นฟูด้วยสเต็มเซลล์สามารถนำสเต็มเซลล์ของเราที่เข้ากันได้กับเนื้อเยื่อของผู้ป่วยรายนั้น ๆ ไปปลูกถ่ายเพื่อเป็นอีกหนึ่งแนวทางในการรักษา บรรเทา และฟื้นฟูให้ผู้ป่วยหายขาดจากโรคได้ในอนาคต

แต่อย่างไรก็ตาม การเข้าบริจาคสเต็มเซลล์อาจมีความอันตรายและมีระยะเวลาในการดำเนินการเพื่อตรวจสอบความเข้ากันของเนื้อเยื่อ และการขึ้นทะเบียนรอรับบริจาคที่ยาวนาน ทำให้ผู้ป่วยอาจไม่ได้รับสเต็มเซลล์เพื่อการรักษาได้ทันเวลา

การบริจาคสเต็มเซลล์อันตรายไหม ?

การบริจาคสเต็มเซลล์เป็นการดำเนินการที่มีอาจความเสี่ยง เนื่องจากขั้นตอนในการบริจาคสเต็มเซลล์ด้วยวิธีการเจาะกระดูกไขสันหลังนั้นอาจมีความเสี่ยงถึงชีวิต การดำเนินการจึงจำเป็นจะต้องได้รับความยินยอมจากผู้บริจาค โดยจะต้องเป็นผู้ที่มีอายุ 18-50 ปี และมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง ไม่มีโรคประจำตัว รวมถึงโรคติดต่อต่าง ๆ เท่านั้น

แต่ถึงแม้จะมีความเสี่ยงและความอันตรายอยู่บ้าง การเข้าบริจาคสเต็มเซลล์ก็เป็นเสมือนความหวังในการนำไปใช้ฟื้นฟูโรคร้ายให้กับผู้ป่วยได้ ดังนั้นเราขอแนะนำให้ผู้ที่ต้องการไปบริจาคสเต็มเซลล์ศึกษาข้อมูลให้ดี และดูแลร่างกายให้แข็งแรงก่อนการเข้าบริจาค เพื่อความปลอดภัยและเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการเพิ่มโอกาสในการรักษาให้กับผู้ป่วยโรคร้าย

เก็บสเต็มเซลล์กับลูก

เก็บสเต็มเซลล์กับลูกน้อยตั้งแต่แรกคลอด ความหวังเพื่อทุกคนในครอบครัว

สำหรับผู้ที่ต้องการมอบอนาคตทางสุขภาพที่ดีที่สุดให้กับลูกน้อย รวมถึงได้มีความหวังทางสุขภาพสำหรับทุกคนในครอบครัว สามารถวางแผนการเก็บสเต็มเซลล์กับลูกน้อยตั้งแต่แรกคลอดเพื่อเก็บไว้ใช้ในอนาคตได้ โดยไม่ต้องรอรับจากการบริจาคสเต็มเซลล์ของผู้บริจาคที่มีเนื้อเยื่อตรงกัน

ด้วยความมหัศจรรย์ของสเต็มเซลล์ ที่สามารถเปลี่ยนแปลงและพัฒนาไปเป็นเซลล์ต่าง ๆ ในร่างกาย จึงได้มีการศึกษาและวิจัยเพื่อนำสเต็มเซลล์มาใช้ทดแทนเซลล์ที่สูญเสียหรือถูกทำลายจากโรคร้ายและความเสื่อมต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ให้กลับมาทำหน้าที่ภายในร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพเช่นเดิม ทำให้สเต็มเซลล์เป็นเสมือนเซลล์แห่งความหวังและเทคโนโลยีทางการแพทย์ ที่สามารถนำมาใช้ในการฟื้นฟูสุขภาพและความเสื่อมของร่างกายให้กับตัวคุณเอง ลูกน้อย และทุกคนในครอบครัวได้ในอนาคต

ซึ่งการจัดเก็บสเต็มเซลล์จากทารกตั้งแต่แรกคลอดเพื่อนำไปใช้ฟื้นฟูโรคในอนาคตจะต้องจัดเก็บกับธนาคารเก็บเซลล์ต้นกำเนิดที่มีมาตรฐานการรับรองในระดับสากลและดำเนินการโดยผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น โดยจะสามารถจัดเก็บได้จากแหล่งต้นกำเนิด 4 แหล่งด้วยกัน คือ

4 แหล่งต้นกำเนิดของสเต็มเซลล์
สเต็มเซลล์จาก ‘เลือดสายสะดือ’ Cord Blood (CBสามารถนำมาใช้รักษาโรคเลือดและระบบภูมิคุ้มกัน โดยใช้ในการฟื้นฟูเซลล์เม็ดเลือดและระดับภูมิคุ้มกันที่ถูกทำลาย
สเต็มเซลล์จาก ‘เนื้อเยื่อสายสะดือ’ Cord Tissue (CT)ใช้ฟื้นฟูโรคที่เกี่ยวข้องกับความเสื่อมสภาพ และฟื้นฟูอวัยวะภายในร่างกายให้ทำงานได้ดีขึ้น 
สเต็มเซลล์จาก ‘เนื้อเยื่อหุ้มรก’ Amnion Tissue (AT)ส่งผลลัพธ์ที่ดีในการใช้ฟื้นฟูโรคทางระบบประสาทและสมอง
สเต็มเซลล์จาก ‘เนื้อเยื่อไขมัน’ Adipose (ADSC)มีประโยชน์ในด้านการฟื้นฟูร่างกายจากความเสื่อม และช่วยในเรื่องความงาม

การเก็บสเต็มเซลล์กับลูกน้อยตั้งแต่แรกคลอดอันตรายไหม?

เมื่อการบริจาคสเต็มเซลล์นั้นมีความเสี่ยงที่จะเกิดอันตราย แล้วการเก็บสเต็มเซลล์กับลูกน้อยตั้งแต่แรกคลอดอันตรายไหม เรามีคำตอบ!

การเก็บสเต็มเซลล์กับลูกน้อยแรกคลอดนั้นเป็นการดำเนินการที่ทั้งปลอดภัย และไม่มีผลข้างเคียงใด ๆ หากได้รับการดำเนินการโดยผู้เชี่ยวชาญ ผ่านการจัดเก็บกับธนาคารสเต็มเซลล์ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานจากสมาคมที่ไม่แสวงหาผลกำไรที่วงการแพทย์ทั่วโลกให้การยอมรับ ซึ่งมีหน้าที่กำหนดและตรวจสอบมาตรฐานขององค์กรที่ดำเนินกิจการเกี่ยวกับ Stem Cell โดยเฉพาะ อย่าง AABB (Association for the Advancement of Blood & Biotherapies) ซึ่งทาง Cryoviva ได้รับการรับรองมาตรฐาน AABB นี้ทั้งทางด้านการจัดเก็บและเพาะเลี้ยงสเต็มเซลล์แห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศไทยในปัจจุบัน

ซึ่งเหตุผลที่การเก็บสเต็มเซลล์กับลูกน้อยแรกคลอดเป็นการดำเนินการที่ปลอดภัยและไม่มีผลข้างเคียงนั้น เป็นเพราะในการเก็บเซลล์ต้นกำเนิดจากเลือดสายสะดือ เนื้อเยื่อสายสะดือ และเยื่อหุ้มรกของทารกแรกคลอดนั้นจะทำทันที โดยการจัดเก็บสเต็มเซลล์ภายหลังจากที่สายสะดือของทารกถูกตัดแยกออกจากมารดา ผ่านการดูแลและดำเนินการโดยสูติแพทย์และทีมจัดเก็บที่มีความเชี่ยวชาญ ทำให้ไม่มีอันตรายและผลข้างเคียงเกิดขึ้นกับทั้งคุณแม่และลูกน้อยระหว่างการจัดเก็บอย่างแน่นอน

ถ้าไม่สามารถเก็บสเต็มเซลล์เองได้ จะขอรับบริจาคได้ไหม

ใครที่คิดว่าการเก็บสเต็มเซลล์กับลูกน้อยตั้งแต่แรกคลอดนั้นไม่จำเป็น เมื่อเขาโตขึ้นแล้วมีอาการเจ็บป่วยจากโรคร้าย ก็สามารถขอบริจาคจากผู้บริจาคสเต็มเซลล์ได้ เราขอบอกเลยว่าผู้ที่มีความจำเป็นต้องใช้สเต็มเซลล์ในการรักษาและฟื้นฟูโรคร้ายแต่ไม่ได้ทำการจัดเก็บสเต็มเซลล์ไว้ตั้งแต่แรกคลอดนั้น สามารถขอรับสเต็มเซลล์จากผู้บริจาคสเต็มเซลล์ได้ แต่มีข้อจำกัดมากมายที่เราไม่ขอแนะนำเนื่องจากอาจทำให้การรักษาอาจไม่ทันท่วงที

โดยสำหรับสเต็มเซลล์จากเลือดสายสะดือ หากขอรับจากการบริจาคสเต็มเซลล์จะมีโอกาสที่น้อยมากที่เนื้อเยื่อของผู้ป่วยและผู้บริจาคจะตรงกัน ทำให้โอกาสในการจะหาสเต็มเซลล์ที่เข้ากันได้กับร่างกายผู้ป่วยนั้นเป็นไปได้ยาก

ซึ่งมีข้อมูลยืนยันจากสภากาชาดไทยถึงการขอรับสเต็มเซลล์จากผู้บริจาคสเต็มเซลล์ว่าโอกาสที่จะพบสเต็มเซลล์ที่มีเนื้อเยื่อตรงกันกับในคนเชื้อชาติเดียวกัน คือ 1 ใน 50,000 ถึง 100,000 คน ซึ่งในปัจจุบันด้วยความหลากหลายและความแตกต่างเรื่องเชื้อชาติทำให้สถิติคือ 1 ใน 50,000,000 คนเลยทีเดียว นั่นก็เป็นเพราะเหตุผลต่าง ๆ ได้แก่

ความต้องการในการใช้สเต็มเซลล์เพิ่มสูงขึ้น

เนื่องจากประเทศไทยในปัจจุบันการรักษาด้วยการใช้สเต็มเซลล์เป็นที่รู้จักมากขึ้น ทำให้การรักษาด้วยสเต็มเซลล์เป็นหนึ่งแนวทางการรักษาที่ได้รับความนิยม และเมื่อผู้คนมีความต้องการในการใช้สเต็มเซลล์เพิ่มสูงขึ้น แน่นอนว่าการจะมองหาสเต็มเซลล์ที่มีเนื้อเยื่อที่เข้ากันระหว่างผู้ป่วยและผู้บริจาคจะทำได้ยากขึ้นด้วยเช่นเดียวกัน

โอกาสที่เนื้อเยื่อของผู้ป่วยและผู้บริจาคจะมีความเข้ากันนั้นน้อยลง

จากเดิมที่โอกาสในการพบสเต็มเซลล์ของที่มีเนื้อเยื่อตรงกันกับในคนเชื้อชาติเดียวกันที่มีน้อยอยู่แล้ว (1 ใน 50,000 ถึง 100,000 คน) ก็จะยิ่งมีโอกาสที่ลดน้อยลง เพราะในปัจจุบันมีการแต่งงานข้ามเชื้อชาติกันมากขึ้นนั่นเอง

ขั้นตอนการบริจาคสเต็มเซลล์คือสิ่งที่อาจมีความเสี่ยง

ถ้าถามว่าการบริจาคสเต็มเซลล์อันตรายไหม เราต้องขออธิบายว่าขั้นตอนในการบริจาคสเต็มเซลล์ด้วยวิธีการเจาะกระดูกไขสันหลังนั้นมีความเสี่ยงที่อาจอันตรายถึงชีวิต ทำให้มีผู้บริจาคในจำนวนที่น้อย เพราะต้องได้รับความยินยอมจากผู้บริจาคเสียก่อน

ใช้ระยะเวลาที่ยาวนาน อาจรักษาได้ไม่ทันท่วงที

ในขณะที่กำลังป่วยและอยู่ในกระบวนการรักษา การไปขึ้นทะเบียนรอรับบริจาคสเต็มเซลล์คือการดำเนินการที่มีระยะเวลาค่อนข้างยาวนาน และจะต้องมีการจัดการในเรื่องของค่าใช้จ่ายในการรักษาระหว่างรอรับสเต็มเซลล์ที่มีเนื้อเยื่อที่เข้ากันที่อาจทำให้ต้องใช้เวลา ทำให้มีบางเคสที่ผู้ป่วยไม่สามารถยื้ออาการเพื่อรอเวลาในการดำเนินการเพื่อนำสเต็มเซลล์มารักษาและฟื้นฟูโรคได้อย่างทันท่วงทีนั่นเอง

นอกจากนี้ในส่วนของสเต็มเซลล์จากเนื้อเยื่อสายสะดือ Cord Tissue (CT) และ เนื้อเยื่อหุ้มรก Amnion Tissue (AT) นั้น ถึงแม้ว่าเราจะสามารถขอรับสเต็มเซลล์จากผู้บริจาคสเต็มเซลล์ได้ แต่เราจะไม่สามารถรู้ได้เลยว่าสเต็มเซลล์ที่ได้รับจากการบริจาคสเต็มเซลล์อันตรายไหม เพราะเราไม่อาจทราบประวัติครอบครัวของผู้บริจาคว่ามีโรคประจำตัวหรือโรคติดต่ออะไรบ้าง

ดังนั้นเราจึงขอแนะนำให้ทุกคนจัดเก็บสเต็มเซลล์ของตัวเองไว้ และสำหรับคุณแม่ที่ตั้งครรภ์ควรวางแผนเก็บสเต็มเซลล์กับลูกน้อยตั้งแต่แรกคลอด เพื่อให้เขาได้มีเซลล์แห่งความหวังที่สามารถนำไปใช้ฟื้นฟูโรคร้ายที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคตได้นั่นเอง

การเก็บสเต็มเซลล์กับความงาม

นอกจากการเก็บสเต็มเซลล์จะมีประโยชน์ในเรื่องของการรักษาและฟื้นฟูโรคร้ายต่าง ๆ แล้ว สเต็มเซลล์ยังมีประโยชน์ในเรื่องของผิวพรรณและความงามอีกด้วย โดยการเก็บสเต็มเซลล์เพื่อความงามจะต้องจัดเก็บสเต็มเซลล์จากเนื้อเยื่อไขมัน Adipose (ADSC) ของตัวเองเท่านั้น ไม่สามารถขอรับสเต็มเซลล์จากผู้บริจาคสเต็มเซลล์ได้

ซึ่งสเต็มเซลล์จากเนื้อเยื่อไขมันจะสามารถช่วยฟื้นฟูผิวพรรณและความงามในส่วนต่าง ๆ ได้ ดังนี้

  • ช่วยซ่อมแซมและฟื้นฟูผิวเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพ
  • ช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้กับผิวหนังชั้นหนังแท้
  • ช่วยกระตุ้นการทำงานของสารต้านอนุมูลอิสระ
  • ช่วยเพิ่มเซลล์ไฟโบรบลาสต์ ซึ่งเป็นเซลล์ที่เกี่ยวข้องกับการผลิตคอลลาเจนและอิลาสตินให้กับผิวหนัง จึงเกิดการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอิลาสติน ทำให้ผิวมีความยืดหยุ่นและไม่หยาบกระด้าง

โดยในการจัดเก็บสเต็มเซลล์จากเนื้อเยื่อไขมันจะสามารถทำได้ 2 รูปแบบ คือ การจัดเก็บกับคุณแม่ตั้งครรภ์ทันทีหลังคลอด และการจัดเก็บเมื่อใดก็ได้สำหรับบุคคลทั่วไปที่ไม่ได้ตั้งครรภ์ ซึ่งเซลล์ที่เก็บมานั้นถึงแม้จะเป็นการเก็บเพียงครั้งเดียวจะสามารถนำมาใช้ได้หลายครั้งนั่นเอง

รูปแบบการจัดเก็บสเต็มเซลล์เพื่อความงาม

รูปแบบการจัดเก็บสเต็มเซลล์เพื่อความงามจาก Cryoviva
VivaGRAFT คือ การจัดเก็บสเต็มเซลล์จากเนื้อเยื่อไขมันเพื่อเติมเต็มส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ดังนี้ 
✓ เติมเต็มสัดส่วนตามต้องการ ปรับให้ใบหน้ามีความสมส่วน
✓ แก้ปัญหาใบหน้าผิดรูป
✓ ช่วยให้ผู้ที่มีความเสี่ยงสูงในการทำศัลยกรรมสามารถเติมเต็มใบหน้าได้

ซึ่งมีรูปแบบการจัดเก็บโดยการดำเนินการเพียงครั้งเดียว แต่สามารถนำไปใช้ได้หลายครั้ง และเมื่อจัดเก็บแล้วจะสามารถใช้ได้ทันที อีกทั้งยังสามารถเก็บรักษาส่วนที่เหลือไว้ใช้เติมเต็มส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้อีกอย่างน้อย 2 ปีในถัง Liquid Hydrogen ที่อุณหภูมิ -196 องศาเซลเซียส

*จำเป็นต้องใช้สเต็มเซลล์จากเนื้อเยื่อไขมันของตนเอง ไม่สามารถขอใช้จากผู้บริจาคสเต็มเซลล์ได้
VivaCELLคือ การจัดเก็บสเต็มเซลล์จากเนื้อเยื่อไขมันเพื่อฟื้นฟูส่วนต่าง ๆ ภายในร่างกาย ดังนี้ 
✓ เพิ่มความอ่อนเยาว์ ชะลอวัย 
✓ ลดเลือนริ้วรอยบนใบหน้า
✓ เพิ่มความเต่งตึงบนใบหน้า
✓ ฟื้นฟูโรคแพ้ภูมิตัวเอง
✓ ฟื้นฟูโรคข้อเข่าเสื่อม (น้ำในข้อเข่าน้อยจนมีสภาวะข้อเข่าอักเสบ) 
✓ ฟื้นฟูสมรรถภาพของร่างกายที่เสื่อมสภาพลง ซึ่งมีรูปแบบ
การจัดเก็บโดยการดูดเนื้อเยื่อไขมันมาเข้ากระบวนการคัดแยก ที่สามารถเพิ่มจำนวนได้ตามต้องการ และยังสามารถเก็บไว้ใช้ได้ตลอดชีวิตอีกด้วย

*จำเป็นต้องใช้สเต็มเซลล์จากเนื้อเยื่อไขมันของตนเอง ไม่สามารถขอใช้จากการบริจาคสเต็มเซลล์ได้

*หมายเหตุ : เพื่อความปลอดภัยในการนำมาใช้ การจัดเก็บสเต็มเซลล์จากเนื้อเยื่อไขมัน Adipose (ADSC) เพื่อผิวพรรณและความงาม จึงไม่สามารถใช้จากผู้บริจาคสเต็มเซลล์ได้ เนื่องจากในการฉีดสเต็มเซลล์เพื่อฟื้นฟูเซลล์ผิวนั้นจำเป็นจะต้องใช้เซลล์ต้นกำเนิดของตัวเองและดำเนินการภายใต้การดูแลโดยผู้เชี่ยวชาญโดยตรงเท่านั้น


หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการบริจาคสเต็มเซลล์ว่าการบริจาคสเต็มเซลล์อันตรายไหม และสามารถขอรับบริจาคสเต็มเซลล์ได้จากที่ใด รวมถึงหากต้องการเก็บสเต็มเซลล์กับลูกน้อยตั้งแต่แรกคลอดจะต้องทำอย่างไร สามารถติดต่อสอบถามเข้ามาได้เลย ที่ Cryoviva


See other

“ไครโอวิวา ธนาคารจัดเก็บสเต็มเซลล์
ผู้นำนวัตกรรมมาตรฐานระดับสากล
อยู่เคียงข้างคุณภาพชีวิตของทุกคนในครอบครัว”

ติดต่อผู้เชี่ยวชาญและรับสิทธิพิเศษจากไครโอวิวา



    มีความสนใจบริการด้านไหนของไครโอวิวาเป็นพิเศษหรือไม่?