Lifestyle Blog

การป้องกันภูมิแพ้ในคุณแม่ตั้งครรภ์และลูกน้อย

การป้องกันภูมิแพ้ในคุณแม่ตั้งครรภ์และลูกน้อย

#สาระน่ารู้เพื่อคุณแม่ตั้งครรภ์ โดย Cryoviva Thailand – “The Bank of Life” ผู้นำนวัตกรรม สเต็มเซลล์
“รู้ทัน ห่างไกล และวิธีการป้องกันภูมิแพ้ในแม่ตั้งครรภ์และลูกน้อย”  โดย รองศาสตราจารย์ แพทย์หญิง รวีรัตน์ สิชฌรังษี กุมารแพทย์โรคภูมิแพ้ (คุณหมอใหม่) เจ้าของเพจ คุยกับหมอภูมิแพ้เด็ก by Dr.Mai

 “การตั้งครรภ์กับโรคภูมิแพ้”
อาจจะแบ่งได้เป็น 2 กลุ่มค่ะ 
1. คุณแม่เป็นโรคภูมิแพ้อยู่แล้ว และมีการตั้งครรภ์
2. คุณแม่เป็นโรคภูมิแพ้หลังการตั้งครรภ์

แม่ท้องที่เป็นโรคภูมิแพ้ต้องระวังเรื่องใดบ้าง ?

ในกรณีที่คุณแม่ทราบอยู่แล้วว่าเป็น “โรคภูมิแพ้” อันดับแรกคุณแม่จะต้องฝากครรภ์กับคุณหมอผู้เชี่ยวชาญ เพื่อที่จะดูอาการอย่างใกล้ชิด และสองควรแจ้งเรื่องภูมิแพ้ให้คุณหมอทราบ เพื่อที่คุณหมอจะได้เปลี่ยนเรื่องการใช้ยาเกี่ยวกับโรคภูมิแพ้ ให้เหมาะกับภาวะที่ตั้งครรภ์อยู่อย่างปลอดภัย

คุณแม่ควรดูแลสุขภาพให้แข็งแรง โดยนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ลดภาวะความเครียดต่าง ๆ เพื่อเป็นการลดการกำเริบอาการของ “โรคภูมิแพ้” ลงได้

เหตุใดจึงพบอาการภูมิแพ้ตอนตั้งครรภ์ ?

มีคุณแม่หลาย ๆ ท่านที่ไม่มีอาการของ “โรคภูมิแพ้” แต่พอตั้งครรภ์เหมือนจะมีอาการภูมิแพ้กำเริบขึ้นมา มีอาการอย่างไร จากสถิติที่รวบรวมจากข้อมูลจริง พบว่าคุณแม่ที่ไม่เคยพบอาการภูมิแพ้ พอตั้งท้องแล้วมีอาการภูมิแพ้ พอถามแล้วหลาย ๆ ท่านมีอาการภูมิแพ้แต่ไม่มาก ตั้งแต่ก่อนที่จะตั้งครรภ์แล้ว แต่บางท่านก็ไม่เคยมีอาการของภูมิแพ้มาก่อนเลย มันเกี่ยวข้องกับเรื่อง “ฮอร์โมน”

เชื่อว่า “ฮอร์โมนเอสโตรเจนหรือโปรเจสเตอโรน” ต่าง ๆ มีการเปลี่ยนแปลงในช่วงตั้งครรภ์ ก็สามารถก่อให้เกิดอาการกำเริบได้ค่ะ มีสถิติชัดเจนว่า “โรคภูมิแพ้” เป็น “โรคที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม” ฉะนั้นคุณพ่อหรือคุณแม่เป็น “โรคภูมิแพ้” ลูกก็จะมีโอกาสสูงขึ้นที่จะเป็น

ภูมิแพ้จากแม่จะถ่ายทอดทางพันธุกรรมถึงลูกน้อยได้ไหม และมีวิธีป้องกันหรือไม่ ?

ยกตัวอย่างเช่น “โรคหืดหอบ” ถ้า “คุณพ่อ” หรือ “คุณแม่” เป็น ลูกจะมีโอกาสเป็น สูงถึงประมาณ 25% แต่ถ้ากลายเป็น คุณพ่อ “และ” คุณแม่เป็น ลูกจะมีโอกาสที่จะเป็นโรคนี้สูงถึง 50% 

ส่วนอีกหนึ่งประเด็น ถ้าหากคุณแม่เป็นภูมิแพ้แล้ว จะมีผลต่อลูกน้อยในครรภ์อย่างไร ? จริง ๆ แล้วอย่างที่หมอเรียนให้ทราบว่า ถ้าคุณแม่เป็น “โรคภูมิแพ้” แล้วควบคุมอาการของโรคได้ดี ก็ไม่มีผลอะไรที่น่ากลัวต่อลูก

แต่ถ้าหากคุณแม่ควบคุมอาการของโรคได้ไม่ดี จะเกิดอะไรกับลูกหรือไม่ เช่น ถ้าคุณแม่เป็น “โรคหอบหืด” การขาดออกซิเจนของคุณแม่ ลูกก็อาจจะมีภาวะขาดออกซิเจนไปด้วย ถ้าเป็นบ่อย ๆ อาจจะทำให้ลูกเจริญเติบโตช้ากว่าปกติในครรภ์ ในกรณีนี้ถ้ามีการรักษาอย่างเหมาะสมก็จะลดโอกาสของอาการแทรกซ้อนเหล่านี้ได้ค่ะ

ในกรณีที่คุณแม่ตั้งครรภ์ทราบแล้วว่ามีอาการของ “โรคภูมิแพ้”
จะมีวิธีดูแลตัวเองอย่างไร ? หมอให้หลักไว้ง่าย ๆ 4 ข้อ ดังนี้

1. หลีกเลี่ยง
2. ล้างจมูกเป็นประจำ
3. ปรับพื้นฐานร่างกาย
4. การใช้ยาที่เหมาะสม

  • “หลีกเลี่ยง” อันดับแรกคุณแม่ควรจะทราบอยู่แล้วว่า อะไรที่เป็นตัวกระตุ้นที่ทำให้เกิดอาการภูมิแพ้ ก็ควรหลีกเลี่ยงสิ่งนั้น
  •  “ล้างจมูกเป็นประจำ” ถ้าใครที่เป็นจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ คุณแม่ตั้งครรภ์สามารถทำได้ปลอดภัยและไม่เกิดอันตรายใด ๆ
  •  “ปรับพื้นฐานร่างกาย” คุณแม่ตั้งครรภ์ต้องรักษาร่างกายและจิตใจให้แข็งแรง

แม่ท้องทานยาภูมิแพ้ได้ไหม ?

  • “การใช้ยาที่เหมาะสม” หมอแนะนำคุณแม่ที่ตั้งครรภ์หากต้องการที่จะใช้ยาภูมิแพ้ ควรปรึกษาคุณหมอผู้เชี่ยวชาญ ว่ายาที่จะใช้ในการรักษาโรคภูมิแพ้ปลอดภัยหรือเปล่า อย่าลืมที่จะแจ้งให้คุณหมอทราบว่าเราตั้งครรภ์อยู่ค่ะ เพราะจากที่เล่าให้ฟังแล้วว่า ยาที่ใช้ได้สำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์มีค่ะ และปลอดภัยสามารถใช้ได้อย่างหายห่วง โดยอยู่ภายใต้การดูแลของคุณหมอ
#แม่ท้องสามารถป้องกันโรคภูมิแพ้ไม่ให้ถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้หรือไม่?

ซึ่งการเก็บสเต็มเซลล์จากเลือดสายสะดือตั้งแต่แรกคลอดจะสามารถนำไปใช้รักษาและฟื้นฟูโรคต่าง ๆ ได้กับตัวของลูกน้อยเองในอนาคต และนอกจากนี้ยังมีโอกาสสูงถึง 1 ใน 4 ที่เซลล์จะสามารถเข้ากันได้อย่างสมบูรณ์กับพี่น้องของเจ้าของสเต็มเซลล์ได้ตอนนี้เราทราบแล้วว่าการที่คุณแม่ทานอาหารที่มีความเสี่ยงในการแพ้บ่อย เช่น นมวัว ไข่ ถั่วเหลืองมาก ๆ ในช่วงตั้งครรภ์จะเพิ่มความเสี่ยงที่ลูกจะเป็นภูมิแพ้ได้ ฉะนั้นคุณแม่ไม่ควรที่จะทานอาหารจำพวกนี้มากเกินไป ควรจะทานอาหารครบ 5 หมู่ให้หลากหลายอย่างสมดุล

เมื่อลูกคลอดออกมาแล้วคุณแม่ก็สามารถช่วยป้องกันลูกจากโรคภูมิแพ้ได้ โดยให้ลูกทานนมแม่อย่างน้อย 4-6 เดือน เมื่อถึงเวลาลูกอายุ 6 เดือนขึ้นไปไม่ควรเริ่มอาหารให้ช้าเกิน 6 เดือนค่ะ โดยอาหารกลุ่มเสี่ยงแพ้บ่อย ได้แก่ นมวัว ไข่ ถั่วเหลือง ถั่วลิสง แป้งสาลี อาหารที่คุณแม่สามารถให้ลูกทาน แต่ไม่มีโอกาสที่จะแพ้บ่อย ยกตัวอย่างเช่น ข้าวบด เนื้อสัตว์ที่ไม่ค่อยแพ้ เช่น เนื้อไก่ เนื้อหมูบด คุณแม่ก็สามารถเริ่มได้ก่อน ก่อนที่จะทานอาหารพวกที่แพ้บ่อย

สิ่งเหล่านี้ที่คุณแม่กระทำ จะส่งผลทำให้ลูกน้อยลดโอกาสที่จะเกิดภูมิแพ้ได้ แม้ว่าคุณแม่จะมีประวัติภูมิแพ้ในครอบครัวก็ตาม

อย่าลืมนะคะว่า “ภูมิแพ้ในคุณแม่ตั้งครรภ์และลูกน้อยเราสามารถป้องกันได้” ค่ะ

ศึกษาข้อมูลอันเป็นประโยชน์จากคุณหมอใหม่ได้ที่: https://www.facebook.com/talktodr.mai

ข้อมูลเพิ่มเติมจาก : Cryoviva Thailand – “The Bank of Life” ผู้นำนวัตกรรม สเต็มเซลล์

ทั้งนี้โรคภูมิแพ้ส่วนใหญ่จะเกิดอาการกำเริบมากขึ้นเมื่อคุณแม่ท้องมีสภาพร่างกายที่เปลี่ยนแปลง  ไม่แข็งแรง อ่อนเพลียด้วยภาวะฮอร์โมน หรือภาวะหลังคลอด 

อีกศาสตร์หนึ่งที่เป็นตัวช่วยในการฟื้นฟูร่างกายในระยะยาวให้กับคุณแม่หลังคลอดได้อย่างยอดเยี่ยม ก็คือการนำสเต็มเซลล์แรกเกิดของลูกน้อยที่คุณพ่อคุณแม่ได้เลือกจัดเก็บไว้เพื่อดูแลฟื้นฟูสุขภาพจากภาวะโรคเสื่อมต่าง ๆ  เป็นการคืนความแข็งแรงอย่างหนึ่งให้แก่ร่างกายที่ผ่านการเปลี่ยนแปลงช่วงตั้งครรภ์ รวมถึงช่วยชะลอวัยคืนความอ่อนเยาว์สำหรับทุกคนในครอบครัว ทั้งนี้การนำสเต็มเซลล์มาใช้เพื่อฟื้นฟูร่างกายสามารถทำได้โดยไม่จำเป็นต้องมีภาวะเจ็บป่วย เพียงแค่คุณแม่มีความรู้สึกอยากคืนความสดชื่น สดใส ต้องการเพิ่มความกระปรี้กระเปร่าให้ร่างกาย เพื่อทดแทนช่วงเวลาที่อุ้มท้องและช่วงที่ต้องให้นมลูกน้อย หรือหากคุณแม่มีภาวะร่างกายอ่อนแอลง หรืออาจมีภาวะโรคภูมิแพ้หลังคลอด การใช้สเต็มเซลล์เพื่อฟื้นฟูควบคู่กับการรักษาก็เป็นประโยชน์มาก ๆ ทั้งนี้ในวันนี้นวัตกรรมสเต็มเซลล์เติบโตอย่างก้าวกระโดด เพราะนอกจากคุณแม่จะสามารถใช้สเต็มเซลล์ที่ได้จากการเก็บเนื้อเยื่อจากสายสะดือของลูกน้อยแล้ว คุณแม่ตั้งครรภ์ยังมีโอกาสที่ใช้สเต็มเซลล์ที่มาจากไขมันของตัวเองที่ได้ทำการจัดเก็บไว้เมื่อวันผ่าคลอดลูกน้อยได้อีกด้วย ซึ่งสเต็มเซลล์จากทารก และจากไขมันของคุณแม่มีจุดเด่นในเรื่องศาสตร์ชะลอวัยได้อย่างเห็นผลดีเยี่ยม  ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่นี้  : https://pantip.com/topic/40793349


See other

“ไครโอวิวา ธนาคารจัดเก็บสเต็มเซลล์
ผู้นำนวัตกรรมมาตรฐานระดับสากล
อยู่เคียงข้างคุณภาพชีวิตของทุกคนในครอบครัว”

ติดต่อผู้เชี่ยวชาญและรับสิทธิพิเศษจากไครโอวิวา



    มีความสนใจบริการด้านไหนของไครโอวิวาเป็นพิเศษหรือไม่?