Lifestyle Blog

15 เรื่องสำคัญที่คุณแม่ตั้งครรภ์ควรรู้

คุณแม่ตั้งครรภ์ควรรู้

เกิดมาเป็น “ผู้หญิง”  มีหลายบทบาทที่ต้องทำ บทบาทสำคัญอย่างหนึ่งได้แก่ เมื่อต้องมาเป็น “แม่”  และต้องมีความรับผิดชอบเพิ่มเป็นพิเศษเมื่อยาม “ตั้งครรภ์”  เพื่อให้ “ลูก” ที่จะกำเนิดมามีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงสมบูรณ์ และมีอนาคตที่ดี แม่ท้องจึงต้องเตรียมพร้อมและใส่ใจเป็นพิเศษในหลากหลายเรื่อง ทั้งการดูแลสุขภาพร่างกายของตัวเอง ด้านอาหารและโภชนาการ หรือแม้แต่การปรึกษาเตรียมพร้อมสำหรับการเจ็บป่วยของลูกในอนาคต ด้วยการเก็บ “สเต็มเซลล์” จาก “เลือดสายสะดือ” กับหน่วยงานธนาคารสเต็มเซลล์ชั้นนำที่ได้รับความไว้วางใจ

แม่ท้องควรรู้อะไรบ้าง?

  1. ศึกษาหาข้อมูลสถานที่ฝากท้อง และพบคุณหมอทันที นับแต่รู้ตัวว่าตั้งครรภ์ พร้อมอัพเดทอาการ รวมถึงโรคประจำตัว (ถ้ามี)
  2. ทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ โดยเฉพาะในช่วง 3 เดือนแรก เน้นอาหารโปรตีน แคลเซียม ธาตุเหล็ก อาหารปรุงสุก งดอาหารสุก ๆ ดิบ ๆ และดื่มน้ำอย่างน้อย 6-8 แก้วต่อวัน
    • ลดเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน ห้ามดื่มเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ ห้ามสูบบุหรี่และสารเสพติดต่าง ๆ เพราะจะเป็นอันตรายต่อทารกในครรภ์ กระทบต่อการเจริญเติบโตของลูก ทำให้เด็กมีพัฒนาการช้า มีโอกาสคลอดก่อนกำหนดสูง และมีโอกาสแท้งได้
  3. ควรพักผ่อนให้ได้อย่างน้อย 10 ชั่วโมงต่อวัน ส่วนเรื่องกุ๊กกิ๊กกับคุณสามีสามารถมีได้ในช่วง 3-6 เดือน แต่ควรงดใน 3 เดือนสุดท้ายก่อนคลอด
  4. ระมัดระวังในการทานยาทุกชนิด เพราะอาจเกิดอันตรายต่อทารกในครรภ์ได้ โดยเฉพาะในช่วงตั้งครรภ์ 3 เดือนแรกต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ  เพราะเป็นช่วงที่ทารกกำลังพัฒนาอวัยวะและระบบประสาทต่าง ๆ หากแม่ท้องทานยาที่มีอันตรายเข้าไปอาจส่งผลให้เด็กเจริญเติบโตช้า หรือพิการได้ เช่น ปากแหว่งเพดานโหว่ แขนขาพิการ จะต้องปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ยาทุกครั้ง แม้แต่ยาสามัญประจำบ้าน
  5. เลือกออกกำลังกายเบา ๆ เช่น เดิน โยคะ หรือว่ายน้ำ ไม่ควรออกกำลังกายรุนแรง หรือหักโหมเกินไป และไม่ควรออกกำลังกายต่อเนื่องเกิน 30 นาที
  6. คุณแม่ท้องสายแฟชั่น  ต้องใส่รองเท้าส้นเตี้ยแทนรองเท้าส้นสูง เลือกเสื้อผ้าสวมใส่สบายแก่การเคลื่อนไหว ไม่ฉีดโบทอกซ์ ไม่สักลวดลายบนลำตัว อีกทั้งงดฟอกฟันขาว ทำสี ยืดหรือดัดผม เพื่อหลีกเลี่ยงสารเคมีเข้าสู่ร่างกาย
  7. แม่ท้องอายุครรภ์ตั้งแต่ 20 สัปดาห์ขึ้นไป ไม่ควรเดินหรือยืนนาน ๆ เพราะจะทำให้ขาและเท้าบวมขึ้น อาจเกิดเส้นเลือดขอดที่ขา หรือทำให้ปวดหลังง่าย และอาจเสี่ยงต่อการเกิดโรคข้อเข่าเสื่อม 
  8. คุณแม่ที่ชอบใช้บริการอบไอน้ำ หรือการอบซาวน่าต้องงดไปก่อน เพราะการอบไอน้ำอาจทำให้ทารกในครรภ์แท้งได้  เนื่องจากความร้อนจากไอน้ำทำให้ร่างกายของแม่ท้องขาดน้ำและเกลือแร่ที่จำเป็น ซึ่งจะส่งผลทำให้เลือดข้น จนทำให้เส้นเลือดอุดตัน เลือดจึงไปเลี้ยงทารกในครรภ์ได้น้อยลง ทำให้ทารกเจริญเติบโตไม่เต็มที่และอาจถึงขั้นแท้งได้
  9. หากที่บ้านเลี้ยงน้องแมว หรือน้องหมา แม่ท้องต้องงดทำความสะอาดมูลภายในบ้าน เพื่อลดความเสี่ยงติดเชื้อปรสิต (Toxoplasma gondii) ที่สามารถส่งผลต่อทารกในครรภ์เกิดความผิดปกติและรุนแรงจนถึงขั้นเสียชีวิตได้   
  10. ควบคุมจิตใจไม่ให้หงุดหงิดง่ายและเครียด ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้จากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในร่างกายและความกังวลจากการตั้งครรภ์
  11. ออมเงิน เรื่องนี้ต้องทำอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ต้องลดรายจ่ายฟุ่มเฟือยลง หันเป็นออมเงินแทน
  12. ทำประกันสุขภาพ ปรึกษากับบริษัทประกันเพื่อให้ตัวคุณแม่และลูกได้รับสิทธิที่เป็นประโยชน์
  13. กรณีคุณแม่ตั้งครรภ์ที่อายุน้อยกว่า 20 ปีหรือมากกว่า 35 ปีขึ้นไป หรือมีความเสี่ยงอื่นร่วม ควรทำการตรวจหาความเสี่ยงในการตั้งครรภ์เพิ่มเติม เพราะตั้งแต่นาทีแรกที่ทราบว่าลูกน้อยอยู่ในครรภ์ตลอดจนระยะเวลา 9 เดือนของการตั้งครรภ์นั้น นับเป็นช่วงเวลาพิเศษสำหรับว่าที่คุณพ่อคุณแม่ในการดูแลลูกน้อยในครรภ์ให้เติบโตสมบูรณ์แข็งแรง การดูแลเรื่องของสุขภาพ พัฒนาการของร่างกาย รวมทั้งอวัยวะที่ครบถ้วนสมบูรณ์ของลูกในครรภ์ เป็นสิ่งที่มีความสำคัญและอาจทำให้เกิดความกังวลใจ
  14. การตรวจหาความเสี่ยงในการตั้งครรภ์เพิ่มเติม
    “ความเสี่ยงครรภ์เป็นพิษ” ภาวะครรภ์เป็นพิษ (preeclampsia) เป็นภาวะแทรกซ้อนรุนแรงในระหว่างตั้งครรภ์ ซึ่งส่งผลต่อสุขภาพของมารดาและทารกในครรภ์ และอาจมีความเสี่ยงทำให้เสียชีวิตได้ แม้ว่าทุกวันนี้จะยังไม่มีวิธีการป้องกันการเกิดครรภ์เป็นพิษอย่างมีประสิทธิภาพ แต่ก็มีการตรวจคัดกรองประเมินความเสี่ยงต่อภาวะครรภ์เป็นพิษซึ่งจะช่วยให้แพทย์สามารถพยากรณ์โรคและดูแลรักษาได้ตั้งแต่เริ่มเกิดภาวะนี้ ส่งผลต่อการรักษาที่มีประสิทธิภาพและลดภาวะแทรกซ้อนที่จะเกิดต่อทั้งมารดาและทารกได้
    “การตรวจคัดกรองความผิดปกติของโครโมโซมทารกในครรภ์ หรือการตรวจ NIPT (Non Invasive Prenatal Testing) เป็นการตรวจคัดกรองความผิดปกติของโครโมโซมของทารกในครรภ์ จากเลือดมารดา โดยสามารถหาความเสี่ยงการเกิดดาวน์ซินโดรม หรือโรคที่เกิดจากความผิดปกติของโครโมโซมอื่น ๆ ถือเป็นทางเลือกใหม่ให้คุณแม่ที่ต้องการตรวจคัดกรองความผิดปกติของโครโมโซมของลูก เพื่อช่วยคลายความกังวลและวางแผนดูแลก่อนที่ลูกน้อยจะออกมาลืมตาดูโลกอย่างปลอดภัย
  15. สำหรับอีกสิ่งที่แม่ท้องควรต้องศึกษาเพื่อรับมือกับปัญหาสุขภาพของลูกน้อยในอนาคต ได้แก่  ศึกษาเรื่องนวัตกรรมสเต็มเซลล์เพื่อทำการจัดเก็บ “สเต็มเซลล์” ของลูกไว้กับธนาคารสเต็มเซลล์ที่ได้มาตรฐาน และต้องเป็นองค์กรที่ยึดมั่นตามหลักจริยธรรมในการดำเนินงาน และความมั่นคงขององค์กร
    เพราะภายในร่างกายของเราอุดมไปด้วย “สเต็มเซลล์” หรือเซลล์ต้นกำเนิด และด้วยความก้าวหน้าทางการแพทย์ในวันนี้ คุณแม่จึงสามารถเก็บเลือดสายสะดือ เนื้อเยื่อสายสะดือ และเยื่อหุ้มรกของทารกแรกเกิดไว้เพื่อใช้ประโยชน์ในการรักษาโรคที่มีความรุนแรงได้กว่า 85 โรคให้กับลูกน้อย และเพื่อช่วยฟื้นฟูความเสื่อมของร่างกายให้กับทุกคนในครอบครัวได้

    “สเต็มเซลล์ถือเป็นหลักประกันให้กับลูกน้อยที่สำคัญยิ่ง เพราะไม่มีใครรู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นในอนาคต”

ขอบคุณข้อมูลจาก เว็บไซต์ The Asian Parent
เว็บไซต์ โรงพยาบาลสมิติเวช
เว็บไซต์ โรงพยาบาลบํารุงราษฎร์,เว็บไซต์  women.trueid
เว็บไซต์ ถิ่นสยาม

ศึกษาข้อมูลสเต็มเซลล์ได้ต่อที่นี่

คลิกที่นี่


See other

“ไครโอวิวา ธนาคารจัดเก็บสเต็มเซลล์
ผู้นำนวัตกรรมมาตรฐานระดับสากล
อยู่เคียงข้างคุณภาพชีวิตของทุกคนในครอบครัว”

ติดต่อผู้เชี่ยวชาญและรับสิทธิพิเศษจากไครโอวิวา



    มีความสนใจบริการด้านไหนของไครโอวิวาเป็นพิเศษหรือไม่?

    This site is registered on wpml.org as a development site. Switch to a production site key to remove this banner.